Thursday, July 23, 2009

หวัด09นำโชค ให้ฉันทนา โอทีทำหน้ากาก

Pic_21446

หวัด09 พลิกวิกฤติฉันทนา หลังโรงงานมีออเดอร์ให้ทำโอทีผลิตหน้ากากอนามัยป้องกันติดเชื้อร้าย ช่วยเพิ่มรายได้ให้แรงงานสิ่งทอช่วง 1-2 เดือนนี้ เผยนายจ้างเลิกทำโอทีมานานเกือบ 2 เดือนแล้ว

นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยสถาบันสิ่งทอ กล่าวเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ได้ส่งผลในด้านบวกสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาดเล็ก ขณะนี้โรงงานดังกล่าวได้สั่งการให้แรงงานหรือสาวฉันทนาทำงานล่วงเวลา (โอที)เพิ่มขึ้นเพื่อเร่งผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับจำหน่ายให้ประชาชนใส่ ป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จากเดิมก่อนหน้านี้มีการปลดแรงงานสิ่งทอขนาดเล็กจำนวนมาก การเพิ่มจำนวนทำงานล่วงเวลาถือว่าเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานสิ่งทอ ขึ้นอีกจำนวนหนึ่งในช่วง1-2เดือนข้างหน้า เพราะก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการได้ยกเลิกการทำงานล่วงเวลามานานเกือบ 2เดือนแล้ว การเร่งผลิตหน้ากากอนามัยจะทำให้มีปริมาณหน้ากากอนามัยออกมา หมุนเวียนในท้องตลาดสนองความต้องการผู้บริโภคได้จำนวนหลายแสนชิ้นภายในสิ้น เดือนก.ค.นี้ ก็จะทำให้การตั้งราคาขายสูงผิดปกติของพ่อค้าคนกลางหมดลง

ผู้อำนวยสถาบันสิ่งทอ กล่าวต่อว่า การส่งออกสิ่งทอของไทยในช่วง 6 เดือน แรกปี นี้พบว่าประเทศไทยสามารถส่งออกมีมูลค่า 3,058 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 15 % แบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอมูลค่า 1,583 ล้านเหรียญสหรัฐฯลดลง 15.9 % การส่งออกเครื่องนุ่งห่มมูลค่า 1,474 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 13.9 % และการส่งออกในครึ่งหลังของปีนี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยผู้นำเข้าย้ายการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมาไทยเพราะต้นทุนการผลิตของจีนสูง ขึ้น รวมทั้งย้ายจากบังคลาเทศและศรีลังกามายังกลุ่มอาเซียนมากขึ้นเพราะประเทศดัง กล่าวมีปัญหาเรื่องการจ้างแรงงานเด็ก คาดว่าจะทำให้การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มปีนี้ติดลบไม่เกิน 10 % มีมูลค่าประมาณ 7,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการผลักดันการผลิตสิ่งทอเทคนิค (Technical Textiles) เพื่อให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการปรับตัว วิจัยพัฒนาพื่อสร้างนวัตกรรม จะสร้างความหลากหลายของสินค้าและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับอุตสาหกรรม สิ่งทอไทย รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ามากขึ้น โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมนีมาให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสิ่งทอ เทคนิคกับผู้ประกอบการไทย รวมทั้งจัดให้มีแผนการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาเพื่อสนับสนุนให้ภาค อุตสาหกรรมพัฒนานวัตกรรม

No comments:

Post a Comment