Thursday, July 30, 2009
ยอดตาย65ศพ ป่วยหวัด09 ภาคกลางมากสุด
ชวนเชื่อมือวิทยา ทำงานดี มั่นใจรับมือหวัด09ได้
เคาะแล้ว 450ล.สกัดหวัด09ลามทั่วประเทศ
สธ.คุมเข้มสำรองยา ติวเข้มร้านอาหาร สกัดหวัดลาม
Tuesday, July 28, 2009
จุรินทร์ยังไม่คิดปิดโรงเรียนทั่วราชบุร
หลังพบเชื้อหวัด 2009 แพร่ระบาดหนัก สั่งโรงเรียนกวดวิชาคุมเข้มสกัดนักเรียนป่วยเข้าเรียน หลังครบกำหนดปิดโรงเรียน 15 วัน เผยสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศแล้ว 183 แห่ง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าววันนี้ (28 ก.ค.) ถึงมาตรการควบคุมโรงเรียนกวดวิชา ภายหลังจากครบกำหนดมาตรการปิดโรงเรียนเป็นเวลา 15 วัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไข้หวัด 2009 ว่า จะไม่มีการต่ออายุมาตรการปิดโรงเรียนกวดวิชา แต่จะโรงเรียนการคัดกรองเด็กนักเรียนที่ไปเรียนแทน หากพบใครป่วยต้องให้กลับบ้านไปรักษาตัวจนหายป่วยถึงจะกลับมาเรียนใหม่ได้ รวมทั้งตามโรงเรียนต่าง ๆทั้งในกทม.และต่างจังหวัดก็จะใช้มาตรการเดียวกัน โดยคัดกรองเด็กทุกเช้า หากใครต้องหยุดเรียน ก็ให้ใช้วิธีสอนเสริม โดยการปิดโรงเรียนนั้น ให้แต่ละโรงเรียนประสานงานกับสาธารณสุขอำเภอ หากเห็นพ้องต้องกันก็ให้ปิดได้ จนถึงขณะนี้มีโรงเรียนที่สั่งปิดไปแล้ว 183 แห่ง มีเด็กนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วประเทศ 371 คน
“มาตรการปิดโรงเรียนที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ช่วยบรรเทาการแพร่ระบาดของเชื้อได้พอสมควร” รมว.ศธ กล่าว และเมื่อถามว่าที่ จ.ราชบุรี ที่มีการแพร่ระบาดของโรคค่อนข้างมาก จะต้องสั่งปิดโรงเรียนทั้งจังหวัดหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยังไม่มีแนวทางให้ปิดทั้งจังหวัด ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจเป็นรายโรงเรียน เว้นแต่กระทรวงสาธารณสุขจะแนะนำ
สธ.ของบกว่า 500 ลบ. ดูแลหวัด 09 คัดกรอง-ซื้อยา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปลงนามถวายพระพร ในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ช่วงเช้าวันนี้ (28 ก.ค.) ที่พระบรมมหาราชวัง จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระการประชุมหลายเรื่อง เช่น กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอของบประมาณ เพื่อใช้ดำเนินการ 3 ส่วน ประกอบด้วย การคัดกรองโรค การแพร่ระบาด 514 ล้านบาท การซื้อยาเพิ่มเติม 20,000 ชุด สำหรับผู้ป่วยดื้อยา 9 ล้านบาท และการประชาสัมพันธ์ 103 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงบประมาณ เนื่องจากถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เสนอขอขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เสนอการขยายระยะเวลาในการฝึกอบรม และประชุมสัมมนา และเสนอการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่กัมพูชา สำหรับโครงการพัฒนาถนนหมายเลข 68
ส่วนสำนักงบประมาณเสนอรายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ประจำปีงบประมาณ 2551 และกระทรวงการต่างประเทศเสนอการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกไม่ถาวร ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติของไทย
สธ.ชงของบเพิ่ม 626ล้าน รับมือหวัดระบาด
Sunday, July 26, 2009
เด็กติดเชื้อหวัดจากแม่รายแรกโลก อาการดีขึ้น แพทย์จับตากระทบสมอง ส่วนแม่โคม่า
“มาร์ค” จี้ สธ.ปรับระบบจ่ายยาต้านไข้หวัดใหญ่ 2009 วอนฝ่ายค้านอย่าหยิบมาเล่นการเมือง
สธ.เตรียมส่ง อสม.9 แสนคน สำรวจกลุ่มเสี่ยงหวัด09

รพ.จุฬาฯรับตัวหญิงป่วยหวัดจากราชบุรีอาการหนัก

Saturday, July 25, 2009
เร่งผลิต"ทามิฟลู"เพิ่ม 30ล.เม็ด คาดวัตถุดิบจากอินเดียถึงไทย27ก.ค.นี้
เตือนสติให้ “คลินิก” สั่งจ่ายยาหวัด09 “หมอประเสริฐ” หวั่นทำฆ่าตัวตายเหมือนญี่ปุ่น
หวัด09คร่าเฉียด 800 ส่วนใหญ่อายุ 12-17 ปี
สาวท้องติดหวัด ผ่าเด็กออก หนุ่มบางปะกงดับ

มากหมอมากความ เฟชบุ๊กทักษิณ แนะนำหวัด
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าววันนี้ (24 ก.ค.) ถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิด Facebook แนะนำการแก้ปัญหาไข้หวัดพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า เป็นความตั้งใจดี ที่ช่วยเหลือประชาชน ตนคงไม่สมัครแข่งอย่างแน่นอน เพราะมากหมอก็มากความ สิ่งสำคัญเชื่อมั่นในมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข หากมีการล้วงลูกหรือเกินหลักวิชาการ ประชาชนอาจสับสน
เมื่อถามถึงการให้คะแนนการแก้ไขปัญหาไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ นายวิทยา ปฏิเสธที่จะให้คะแนนตนเองว่าสอบผ่านหรือไม่ โดยระบุว่า มีการปรับปรุงตนเองมาตลอด พยายามให้ข้อมูลที่แท้จริงกับประชาชนมากที่สุด ไม่ปิดปัง
ส่วนการชุมนุมใหญ่ที่วัดแก้วฟ้า จ.นนทบุรี รมว.สธ. กล่าวว่า การรักใครชอบใคร มากแค่ไหนควรดูแลสุขภาพตัวเองด้วย หากมีการเจ็บป่วยไม่ควรอยู่ร่วมในสถานที่แออัด
นายวิทยา กล่าวถึงข่าวร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในเครือข่าย สปสช. ทางโรงพยาบาลไม่ยอมให้ยาต้านไวรัสจนทำให้เสียชีวิต นั้น ได้สั่งการให้นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมกำชับให้กวดขันเรื่องมาตรฐานการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 และการให้ยาต้านไวรัส ของโรงพยาบาลเอกชนในเครือข่าย สปสช. ให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข และมอบหมายให้นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประสานขอความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด ทั้งในและนอกเครือข่าย สปสช. อีกได้
Friday, July 24, 2009
สธ.ส่งอสม.ค้นถึงหมู่บ้านป่วยหวัด09
วันนี้ (24 ก.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดร.นายแพทย์สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายไพฑูรย์ บุญอารักษ์ ประธาน อสม.ภาคกลาง ร่วมกันแถลงข่าว “พลังอสม.ต้านภัยไข้หวัดใหญ่ 2009”นายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 อยู่ในขั้นที่มีการแพร่ระบาดกระจายทั่วประเทศ และมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น นอกจากมาตรการควบคุมการระบาด โดยการรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมการป้องกันตนเอง ด้วยการล้างมือบ่อยๆ ใช้หน้ากากอนามัยเมื่อป่วยโรคทางเดินหายใจหรือต้องอยู่ในที่ชุมนุมชน หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ อีกมาตรการที่สำคัญคือ การรักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว เพื่อลดการเสียชีวิตให้น้อยที่สุด
นายวิทยา กล่าวต่อว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ของไทย พบว่ามีสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต 2 เรื่องสำคัญ คือ เป็นผู้มีปัจจัยเสี่ยงอาการรุนแรงเมื่อป่วย ได้แก่ เด็กเล็กต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง พบกว่าร้อยละ 60 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด อีกสาเหตุหนึ่งคือ เมื่อป่วยแล้วมาพบแพทย์ช้าเกินไป ทำให้โรคลุกลามไปมากจนไม่สามารถรักษาได้ ในการป้องกันปัญหาดังกล่าว มีนโยบายระดมพลังอสม.ทั่วประเทศ ออกเยี่ยมบ้านเพื่อให้คำแนะนำการป้องกันโรค และค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านและชุมชนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว ซึ่งหากป่วยจะต้องให้พบแพทย์ทันที มั่นใจว่ามาตรการนี้จะลดการเสียชีวิตได้ โดยจะเริ่มปฏิบัติการพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2552 นี้เป็นต้นไป
ขณะที่นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการล้างทำความสะอาดรถบัส เพื่อรณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่บริษัทพรีเมี่ยม แมนเนจเมนท์ จำกัด ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และตรวจเยี่ยมอู่รถร่วมของขสมก. ซึ่งมีประมาณ 400 คัน
รมช.สธ. กล่าวว่า บริษัทแห่งนี้เป็นแบบอย่างที่ดี เนื่องจากได้ทำความสะอาดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร โดยพนักงานจะทำความสะอาดเบาะที่นั่ง ราวขึ้นลงที่ประตูและบานพับประตูวันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นก่อนที่รถจะออกให้บริการจะฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งรถทุกคันของบริษัทจะมีน้ำยาเจลล้างมือให้ผู้โดยสารกดทำความสะอาดขณะขึ้นลงรถ นับเป็นมาตรการหนึ่งที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทรถร่วม อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ แต่สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข เป็นห่วงมากคือ ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดหากจะโดยสารรถเพื่อเดินทางไปพบแพทย์ ควรจะสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลล้างมือในรถทุกครั้ง
“ในส่วนของรถร่วมที่เป็นรถตู้ จะประสานงานอีกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของจะมีประมาณ 2-3 คัน จะรวบรวมจำนวนจากแต่ละวินแต่ละคิวรถตู้ และจะขอความร่วมมือไปที่กรมการขนส่งทางบก ให้ช่วยรณรงค์ล้างทำความสะอาด เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ” นายมานิต กล่าว
ผบ.ตร.กำชับตำรวจอย่าประมาทหวัด2009
วัดสุทัศน์ฯจัดพิธี เสกน้ำมนต์ แจกคนกินสู้หวัด

ตีข่าวตายหวัดดีเกิน “อัมมาร” จวก ทำคนตื่น-กลัว
นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าววันนี้ (23 ก.ค.) ภายหลังบรรยายพิเศษเรื่อง “การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ” จัดโดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า การแก้โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ของรัฐบาล ผิดทางเพราะมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจนทำให้เกิดความตระหนกแตกตื่นในหมู่ประชาชนมากเกินไป ซึ่งที่จริงแล้วรัฐบาลควรที่จะเน้นเรื่องของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อโรคชีวภาพตัวนี้ ว่า 1.เป็นเชื้อโรคที่แพร่ง่าย 2.ไม่เป็นอันตรายรุนแรงหากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที แต่ที่ผ่านมาการรายงานตัวเลขผ่านสื่อตลอดเวลา ทำให้ประชาชนตื่นกลัว ตะหนก เกิดความหวาดกลัวในสังคมอาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้นายอัมมาร กล่าวว่า แม้จะไม่ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมากนัก อาจจะมีเพียงแค่ตัวเลของนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่ในอนาคตหากสังคมไทยยังแตกตื่นเกี่ยวกับโรคนี้จนเกินไปก็อาจจะมีผลกระทบรุนแรงได้
“สิ่งสำคัญตอนนี้คิดว่ารัฐบาลควรจะเน้นเการป้องกัน และให้ความรู้กับประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันการแพร่เชื้อโรคในที่มีความแออัดของผู้คน เช่นโรงเรียนกวดวิชา สถานที่สาธารณะที่เป็นห้องแอร์ ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก แทนการรายงานตัวเลขที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาเพราะที่จริงแล้วทุกๆ ประเทศก็มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเหมือนกัน แม้จะยอมรับว่ารัฐบาลทำไปตามหน้าที่แล้วแต่มองดูแล้วก็เห็นว่ายังไม่โปร่งใส ไม่ชัดเจน ไม่เคลียร์ในเรื่องการดูแลโรคไข้หวัดชนิดนี้” นายอัมมาร กล่าว
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังหารือร่วมกับ นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รมว.สาธารณสุข ประธานคณะกรรมการสนับสนุนการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 (สสส.) ว่า กระทรวงมหาดไทยร่วมมือกับ สสส. ในการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ทั้ง องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ทั่วประเทศ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสุขภาพชุมชน ที่ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) จำนวน 2,000 ล้านบาท
ไทยแห้ว!! ได้วัคซีนแค่ 2 ล้านโดส ล็อตใหม่ได้ปีหน้า-เตือนแซยิด “แม้ว” อันตรายติดหวัดถึงตายได้

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 กรกฎาคม นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดสธ.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายไพฑูรย์ บุญอารักษ์ ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านแห่งประเทศไทย และประธาน อสม.ทุกภาค ร่วมกันแถลงข่าว “พลัง อสม.ต้านภัยไข้หวัดใหญ่ 2009”
นายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1 อยู่ในขั้นที่ระบาดกระจายทั่วประเทศ และมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักระบาดวิทยาคาดการณ์ในเดือนสิงหาคม โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะแพร่ระบาดสู่ชนบท ซึ่งได้เตรียมการให้ระดมพลังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีประมาณ 980,000 คนทั่วประเทศ ออกสำรวจเดินเยี่ยมบ้านในการค้นหา คัดกรองผู้ป่วย พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการป้องกันโรค โดยในวันที่ 29 กรกฎาคม เวลา 13.00 น.จะนัดหารือกับประธาน อสม.แต่ละภาคและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบความพร้อมก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมนี้
“อสม.จะเป็นวัคซีนตัวแรกที่ให้กับพี่น้องในชนบท โดยการให้ความรู้กับประชาชนเป็นรายบุคคลในการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งอสม.จะเป็นตัวกลางในการแนะนำให้ความรู้กับประชาชนว่า ถ้าป่วยเล็กน้อยให้อยู่กันบ้านลดการแพร่เชื้อ แต่หากป่วยเป็นไข้ และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีน้ำมูก ปวดเมื่อย ให้เข้าสู่กระบวนการในการรักษาทันที หากดำเนินการได้ในลักษณะนี้จะทำให้ลดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009” นายวิทยา กล่าว
| |||
นายวิเชียร สุนทรารักษ์ ประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้ อสม.ของเขต กทม.มีอยู่ประมาณกว่า 10,000 คน ปฏิบัติงานตามกรอบที่ หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้วางไว้ ถือว่ามีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยเป็นการทำงานเชิงรุก มีการเคาะประตูบ้านค้นหาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในแต่ละชุมชน ซึ่งปัญหาอุปสรรคที่พบในการปฏิบัติงานนั้นต่างจากในต่างจังหวัด เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในกลุ่มที่มีฐานะดีทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่สามารถเข้าได้เฉพาะกลุ่มชนชั้นล่าง เช่นเดียวกับที่มีการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดลูกน้ำยุงลาย ซึ่งประชาชนในชุมชนหมู่บ้านจัดสรรเป็นโรคไข้เลือดออกเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถเจาะเข้าไปป้องกันและควบคุมโรคได้ ประกอบกับคนกรุงเทพฯ มีความเชื่อมั่นต่อ อสม.น้อย ที่ผ่านมา จะต้องมีนางพยาบาล 1 คน นำหน้าในการปฏิบัติภารกิจทุกครั้ง
ทั้งนี้ ประธาน อสม.ทุกภาค ทั้งกลาง เหนือ อีสาน ใต้ ต่างยืนยันเหมือนกันว่า มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่
*** เตือนเป็นหวัดใหญ่เลี่ยงไปแซยิด “แม้ว”
ต่อข้อถามว่า ในการจัดงานแซยิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมงานนั้น มีข้อแนะนำประชาชนในการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างไร นายวิทยา กล่าวว่า หากใครป่วยไม่ควรไปร่วมการชุมนุมแสดงสปิริตอยู่กับบ้าน แต่หากห้ามใจไม่ไว้จริงๆ ควรใส่หน้ากากไปยังสถานที่ชุมนุมคนจำนวนมาก ทั้งนี้ ไม่ควรจัดในสถานที่ปิด และควรจะจัดในที่โปร่งโล่ง และถ้าจะให้ดีก็ควรหลีกเลี่ยงการจัดการชุมนุมดีกว่า ส่วนการที่อดีตนายกรัฐมนตรี จะให้ข้อมูลเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ผ่านทางเว็บไซต์ คงไม่จำเป็นต้องแข่งขันกัน เพราะยิ่งมากหมอยิ่งมากความ และสื่อมวลชนคงจะนำมาพาดหัวข่าวอยู่แล้ว
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ในจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหรือเข้ารับการรักษาและได้รับยาต้านไวรัสช้านั้น ได้สั่งการให้นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดสธ.ตรวจสอบข้อเท็จริง และขอร้องให้ ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ในการให้ความรู้กับแพทย์ในพื้นที่
*** จองวัคซีนเชื้อตายได้อีกทีกลางปีหน้า
นายวิทยา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ไม่สามารถสั่งจองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มได้ เพราะไม่มีที่ได้รับสั่งจอง เพราะจองกันเต็มหมดแล้ว การสั่งจองวัคซีน 2 ล้านโดส ที่นำเข้าจากฝรั่งเศสเป็นไปเพื่อความมั่นคงของประเทศ แม้วัคซีนจะยังไม่ได้รับการรับรองผลข้างเคียงแต่เป็นหลักประกันเบื้องต้น ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศยากจนทำให้สามารถสั่งจองวัคซีนได้เพียงเท่านี้ หากไทยต้องการสั่งจองเพิ่มคงจะสามารถสั่งจองได้อีกประมาณกลางปีหน้า หรือไม่ต้องให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ผลิตวัคซีนชนิดตายเอง ขณะนี้ประเทศที่สามารถผลิตวัคซีนได้ก่อน เช่น สหรัฐอเมริกา ก็ผลิตวัคซีนเพื่อใช้ในประเทศให้เพียงพอก่อน
นายวิทยา กล่าวถึงการใช้น้ำมนต์ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2209 ว่า ถือเป็นเจตนาที่ดี เป็นเรื่องของกำลังใจ ไม่ได้เป็นเรื่องแปลงแต่อย่างใด แต่อยากย้ำว่า หากป่วยยังต้องมาพบแพทย์ โดยเฉพาะมีไข้ 2 วันแล้วไม่ลด ต้องเข้ารับการรักษาทันที เมื่อป่วยอยู่บ้านต้องใส่หน้ากากอนามัยป้องกันแพร่เชื้อโรคไปยังผู้อื่น ส่วนเรื่องความสะอาดของน้ำมนต์ก็ต้องระมัดระวังด้วย
นายวิทยา กล่าวถึงการที่ ศ. ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ออกมาระบุว่า การให้ความรู้ไข้หวัดใหญ่ 2009 กับประชาชนน้อยเกินไปนั้นว่า สธ.ขอรับคำแนะนำไว้และนำมาปรับปรุงเพื่อลดความสับสนของข้อมูล โดยจะหาผู้ที่ให้ข้อมูลต่อสาธารณชนในส่วนของสธ.เพียงคนเดียว แต่เนื่องจากในประเทศไทยไม่ได้มีแพทย์ของ สธ.เพียงอย่างเดียวแต่มีทั้งแพทย์จากภาคเอกชน มหาวิทยาลัยแพทย์ที่ออกมาให้ข้อมูลเชิงวิชาการได้ และเมื่อให้ข้อมูลที่สวนกระแสก็หลายเป็นประเด็นที่ได้รับความ
*** “วิทยา” สั่งกำจัดจุดอ่อนให้ยาโอเซลทามิเวียร์ช้า
นายวิทยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาสธ.มีจุดอ่อนในเรื่องการที่ผู้ป่วยมีอาการหนักมาถึงโรงพยาบาลช้าไป รวมถึงได้รับยาโอเซลทามิเวียร์ไม่ทัน จึงมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาด้วยการขอความร่วมมือในการส่งต่อผู้ป่วยจากคลินิกไปสู่สถานพยาบาลระดับใหญ่ เพราะทุกโรงพยาบาลมียาต้านไวรัสอยู่แล้ว ส่วนจะพิจารณาให้คลินิกสามารถเป็นผู้จ่ายยาโอเซลทามิเวียร์โดยตรง เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเข้ารับการรักษาที่คลินิกก่อนนั้น จะต้องปรึกษากับศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ และรศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่เป็นทีมวิชาการฯก่อนว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ ให้สสจ.ประชุมคลินิกและร้านยาในพื้นที่หารือและจัดทำข้อตกลงร่วมกันให้การเป็นหน่วยที่คัดกรองผู้ป่วยพร้อมทั้งส่งต่อด้วย
*** ปลัดสธ.ชงทีมวิชาการพิจารณาให้คลินิกจ่ายโอเซลทามิเวียร์ได้
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้สั่งการให้นพ.สมชัย ภิญโญพรพาณิชย์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นำประเด็นเรื่องการให้ยาโอเซลทามิเวียร์ในระดับคลินิกในพื้นที่ต่างๆ ว่าเหมาะสมหรือไม่ ต่อที่ประชุมที่ปรึกษาทางวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขระดับชาติที่มีศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธาน ในวันที่ 27 ก.ค.เวลา 13.00 น.ที่กรมควบคุมโรค ซึ่งต้องคำนึงถึงหลายเหตุผล
“ปัจจุบันมีแพทย์ประมาณ 3 หมื่นคน ในจำนวนนี้ 1 หมื่นคนอยู่ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนอีก 2 หมื่นคน อยู่สังกัดมหาวิทยาลัยแพทย์ กรุงเทพมหานครและภาคเอกชน ซึ่งความคิดเห็นของแพทย์มีหลากหลายหากอาศัยคู่มือแนวทางการรักษาสำหรับแพทย์จะช่วยให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนการจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ในคลินิกต่างๆ แพทย์ก็สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ของโรคได้ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไรตามจะต้องรอฝ่ายวิชาการพิจารณาว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร”นพ.ปราชญ์ กล่าว
ข่าวจากผจก ออนไลน์
Thursday, July 23, 2009
วัคซีนหวัด09 ฉีดคนออสซี่ เป็นครั้งแรก
การทดลองฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัด 09 ในมนุษย์ ครั้งแรกเริ่มขึ้นวานนี้ ที่ ออสเตรเลีย ตัวแทนบริษัทเจ้าของโครงการ เผยบริษัทวางแผนไว้ว่าจะทดลองฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครทั้งสิ้น 240 คน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (23 กค.) ว่า การทดลองฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในมนุษย์ ครั้งแรกเริ่มขึ้นวานนี้ ที่ประเทศออสเตรเลีย ตัวแทนบริษัทเมลเบิร์น ซีเอสแอล จำกัด เจ้าของโครงการ กล่าวว่า บริษัทวางแผนไว้ว่าจะทดลองฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครทั้งสิ้น 240 คน
สำหรับการทดสอบจะเลือกอาสาสมัครที่มีอายุระหว่าง 18-64 ปี และเมื่อครบ 3 สัปดาห์จะมีการเจาะเลือดของเหล่าอาสาสมัครเพื่อตรวจว่าได้มีการตอบสนองสร้าง ภูมิคุ้มกันเพื่อต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่
ข่าวจากไทยรัฐออนไลน์
อดีตดาราฉะรัฐ รักษาหวัด มาตรฐานห่วย
เบียร์-อัฎฐพล อัศวไกรเชษฐ์ อดีตดาราค่ายไฟว์สตาร์ อัดมาตรฐานการรักษาหวัด 09 ของรัฐแย่ จนพ่อที่แข็งแรง เพิ่งไปตรวจร่างกายประจำปีมาแท้ๆ กลับมาเสียชีวิตเพราะโรคมรณะนี้อย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
ผู้สื่อข่าวที่โรงพยาบาลนครธน วันที่ 22 ก.ค. ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชื่อนายสรรค์ชัย อัศวไกรเชษฐ์ อายุ 53 ปี เจ้าของร้านเฮียกิมคลองถม จำหน่ายอุปกรณ์ช่างต่างๆ อยู่บ้านเลขที่ 132 ซอย พระราม 2 แยก 39 แขวงบางมด เขตจอมทองกรุงเทพมหานคร ( กทม.) เป็นบิดาของเบียร์-อัฎฐพล อัศวไกรเชษฐ์ อดีตดาราค่ายไฟว์สตาร์รุ่นเดียวกับเต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร ธันญ์ ธนากร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 ก.ค. แพทย์ โรงพยาบาลนครธนระบุว่าเป็นไข้หวัดชนิด เอ/เอช1/เอ็น1 ญาตินำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเลา ศาลา 5 ย่านถนนพระราม 2
เบียร์ -อัฎฐพล กล่าวว่า บิดาล้มป่วยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ด้วยอาการเป็นไข้ ไอ มีเสมหะ แน่นหน้าอก ปวดเมื่อยตามร่างกาย จึงพาไปพบแพทย์ที่คลินิกใกล้บ้าน แพทย์บอกเป็นไข้หวัดธรรมดา แล้วฉีดยาแก้อักเสบ ให้ยาลดไข้มารับประทาน หลังจากนั้น 1 วันอาการดีขึ้น พอวันที่ 3 กลับมีอาการเหมือนเดิมอีก จึงรับประทานยาตามแพทย์สั่งจนเข้าวันที่ 6 อาการไม่ดีขึ้นจึงไปหาแพทย์ที่ โรงพยาบาลบางมด ใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาท แพทย์ตรวจตามปกติ แล้วให้ยาพ่นขยายหลอดลม ยาแก้ไข้ แก้อักเสบ แก้ไอ โดยไม่มีการตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พอกลับมาบ้านบิดาเกิดไม่มีเรี่ยวแรง ตอนกลางคืนไข้ขึ้นหนัก แน่นหน้าอก ต้องรีบพาไป โรงพยาบาลนครธน แพทย์เอกซเรย์พบว่าปอดถูกเชื้อโรคกินหายไปครึ่งหนึ่ง และบอกว่าโอกาสรอด 50/50 จึงขอร้องให้แพทย์รักษาอย่างเต็มที่ หลังจากนั้น 2 วัน ปรากฏว่าปอดหายไปถึง 95% และเกิดอาการแทรกซ้อนปอดซ้ายแตก ไตวาย กระทั่งเสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 ก.ค. รวมเวลาอยู่ที่ โรงพยาบาล 15 วัน เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 516,995 บาท โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากไข้หวัดใหญ่ 2009
อดีต นักแสดงกล่าวด้วยว่า ระหว่างที่เฝ้าอาการบิดา เห็นผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จำนวนมาก รวมทั้งนางปาริชาติ ช่างต่อ ที่คลอดลูกแล้วเสียชีวิตและเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ ผู้ที่เข้ามารักษาส่วนใหญ่ที่อาการหนัก ไม่เกิน 3 วันก็จะเสียชีวิต ขณะที่วัดที่ตั้งศพพ่อ ก่อนหน้านี้ก็มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เช่นเดียวกัน ตนต้องการให้รัฐบาลออกมาประชาสัมพันธ์ให้ โรงพยาบาลและประชาชนทั่วไปรับรู้ว่าถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ หากไปพบแพทย์ ให้ตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทันทีเลย มิเช่นนั้นอาจจะเป็นเช่นพ่อของตนก็ได้ เนื่องจากโรคนี้แพร่กระจายรวดเร็วมาก ทั้งที่พ่อของตนแข็งแรง เพิ่งไปตรวจร่างกายประจำปีมาแท้ๆ แต่กลับมาเสียชีวิตเพราะโรคมรณะนี้อย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
ข่าวจากไทยรัฐออนไลน์
หวัด09นำโชค ให้ฉันทนา โอทีทำหน้ากาก
หวัด09 พลิกวิกฤติฉันทนา หลังโรงงานมีออเดอร์ให้ทำโอทีผลิตหน้ากากอนามัยป้องกันติดเชื้อร้าย ช่วยเพิ่มรายได้ให้แรงงานสิ่งทอช่วง 1-2 เดือนนี้ เผยนายจ้างเลิกทำโอทีมานานเกือบ 2 เดือนแล้ว
นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยสถาบันสิ่งทอ กล่าวเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ได้ส่งผลในด้านบวกสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาดเล็ก ขณะนี้โรงงานดังกล่าวได้สั่งการให้แรงงานหรือสาวฉันทนาทำงานล่วงเวลา (โอที)เพิ่มขึ้นเพื่อเร่งผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับจำหน่ายให้ประชาชนใส่ ป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จากเดิมก่อนหน้านี้มีการปลดแรงงานสิ่งทอขนาดเล็กจำนวนมาก การเพิ่มจำนวนทำงานล่วงเวลาถือว่าเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานสิ่งทอ ขึ้นอีกจำนวนหนึ่งในช่วง1-2เดือนข้างหน้า เพราะก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการได้ยกเลิกการทำงานล่วงเวลามานานเกือบ 2เดือนแล้ว การเร่งผลิตหน้ากากอนามัยจะทำให้มีปริมาณหน้ากากอนามัยออกมา หมุนเวียนในท้องตลาดสนองความต้องการผู้บริโภคได้จำนวนหลายแสนชิ้นภายในสิ้น เดือนก.ค.นี้ ก็จะทำให้การตั้งราคาขายสูงผิดปกติของพ่อค้าคนกลางหมดลง
ผู้อำนวยสถาบันสิ่งทอ กล่าวต่อว่า การส่งออกสิ่งทอของไทยในช่วง 6 เดือน แรกปี นี้พบว่าประเทศไทยสามารถส่งออกมีมูลค่า 3,058 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 15 % แบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอมูลค่า 1,583 ล้านเหรียญสหรัฐฯลดลง 15.9 % การส่งออกเครื่องนุ่งห่มมูลค่า 1,474 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 13.9 % และการส่งออกในครึ่งหลังของปีนี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยผู้นำเข้าย้ายการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมาไทยเพราะต้นทุนการผลิตของจีนสูง ขึ้น รวมทั้งย้ายจากบังคลาเทศและศรีลังกามายังกลุ่มอาเซียนมากขึ้นเพราะประเทศดัง กล่าวมีปัญหาเรื่องการจ้างแรงงานเด็ก คาดว่าจะทำให้การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มปีนี้ติดลบไม่เกิน 10 % มีมูลค่าประมาณ 7,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการผลักดันการผลิตสิ่งทอเทคนิค (Technical Textiles) เพื่อให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการปรับตัว วิจัยพัฒนาพื่อสร้างนวัตกรรม จะสร้างความหลากหลายของสินค้าและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับอุตสาหกรรม สิ่งทอไทย รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ามากขึ้น โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมนีมาให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสิ่งทอ เทคนิคกับผู้ประกอบการไทย รวมทั้งจัดให้มีแผนการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาเพื่อสนับสนุนให้ภาค อุตสาหกรรมพัฒนานวัตกรรม
อาร์เจนตินามียอดตายจากหวัด09 มากอันดับ 2
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันนี้ (22 ก.ค.) ว่า หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงยอดผู้เสียชีวิต จากไวรัสมรณะทั่วโลก ทะลุเกิน 700 คน เมื่อวันก่อน ออสเตรเลีย ซึ่งมีผู้ติดไวรัสมรณะ 14,000 คน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 คน ได้เริ่มทดลองวัคซีนป้องกันไวรัสมรณะในคน เป็นครั้งแรกของโลก ที่รอยัล แอดีเลด ฮอสปิตอล เมืองแอดีเลด โดยมีอาสาสมัครเป็นผู้ใหญ่ 240 คน เด็ก 400 คน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และที่เมืองเมลเบิร์น ซึ่งมีอาสาสมัคร 240 คน เริ่มวันนี้ โดยหากการทดลองได้ผล ทางการออสเตรเลียหวังจะใช้วัคซีนในคนทั่วไป ภายในไม่กี่เดือนต่อจากนั้น
ส่วนแถบลาตินอเมริกา การระบาดยังรุนแรงต่อเนื่อง โดยอาร์เจนตินา เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิต 168 คน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯที่มี 263 คน ชิลี มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 68 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในชาติลาตินอเมริกาอื่นๆ แม้มีไม่มาก แต่กำลังเพิ่มยอดขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่ตองกา แพทย์ผ่าตัดฉุกเฉินทำคลอดทารก จากแม่ผู้ป่วยเป็นปอดบวม และติดเชื้อไวรัสมรณะสำเร็จ และเด็กปลอดภัย ก่อนผู้เป็นแม่เสียชีวิตลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเธอยังเป็นผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะคนแรก ของตองกาด้วย
ด้านมาตรการควบคุมการระบาด ในส่วนเกี่ยวเนื่องพิธีกรรมทางศาสนา คอสตาริกาได้ประกาศยกเลิกพิธีแสวงบุญ ของชาวคริสต์ นิกายคาทอลิค ที่มีมายาวนาน 227 ปี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานพิธี ปีละประมาณ 2 ล้านคน โดยเจ้าหน้าที่เกรงว่า หากเดินหน้าให้ทำพิธีกรรมข้างต้น อาจมีผู้ติดไวรัส มากถึง 20,000 คน ส่วนที่อังกฤษ โบสถ์บางแห่งแนะนำคริสต์ศาสนิกชน ให้สวมกอดกัน แทนการจับมือ ด้านโบสถ์คริสต์นิกายโรมัน คาทอลิค ในนิวซีแลนด์ สั่งห้ามบาทหลวงงดวางขนมเวเฟอร์ บนลิ้นคริสต์ศาสนิกชน และการร่วมดื่มไวน์แก้วเดียวกัน ขณะทำพิธีศีลมหาสนิท ป้องกันการระบาดของไวรัส
ขณะที่รัฐมนตรีสาธารณสุข ของกลุ่มชาติอาหรับ ได้จัดประชุมฉุกเฉิน ในกรุงไคโรของอียิปต์ เพื่อร่วมหามาตรการป้องกันการระบาด ของไวรัสมรณะ หลังจากอียิปต์เพิ่งแนะนำชาวมุสลิม ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงวัย และหญิงตั้งครรภ์ ควรงดร่วมพิธีฮัจญ์ ที่นครเมกกะ ของซาอุดิอาระเบียในปีนี้
Wednesday, July 22, 2009
'ฮู' รับหยุดยั้งการระบาดของเชื้อหวัด2009ไม่ได้
ผู้แทนองค์การอนามันโลกประจำไทยยอมรับไม่อาจหยุดยั้งการระบาดของหวัด09ได้ แนะให้ป้องกัน ปชช.แทน ขณะที่ สธ.คาดตัวเลขคนติดเชื้อจริงประมาณ5แสนคน ...
วันนี้ (22ก.ค.) พญ.มัวรีน เบอร์มิงแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในความเป็นจริงขณะนี้คือ ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคได้ และสถานการณ์ขณะนี้คือ มีการระบาดในหลายร้อยประเทศทั่วโลก และแต่ละประเทศก็มีลักษณะของการระบาดไม่เหมือนกัน บางประเทศระบาดเป็นกระจุกในเมือง แต่บางประเทศการระบาดกระจายไปทั่วประเทศ สิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุดคือ เมื่อหยุดยั้งการระบาดไม่ได้ ก็ต้องป้องกันประชาชนจากการระบาดให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลายประเทศได้ใช้ความพยายามหามาตรการดังกล่าว
สำหรับประเทศไทย ผู้แทนองค์การอนามัยโลก กล่าวยอมรับว่ามีมาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงของการแพร่ระบาด เพราะถ้าสามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยงในการแพร่กระจายโรคได้ เช่นปิดโรงเรียน หรือ การหยุดงาน จะช่วยไม่ให้มีคนไข้เข้ามารพ.จนล้น ทั้งๆที่เป็นคนไข้ที่มีอาการน้อย เพราะโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นโรคที่มีคนป่วยที่มีอาการน้อย จำนวนมาก และ อาการมาก จำนวนน้อยอนามัยโลกเชื่อไทยพัฒนาวัคซีนได้
ส่วนเรื่องของการพัฒนาวัคซีน พญ.มัวรีน กล่าวว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 6 ประเทศที่ได้รับการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนเพื่อรองรับการ ระบาด โดยเป็นโครงการพัฒนาเพื่อการพึ่งตนเอง และการพัฒนาวัคซีนก็เป็นแนวทางการพัฒนาที่หลายประเทศเคยใช้มาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะวัคซีนเชื้อเป็น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาผลิตเป็นวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว มีการใช้ในประเทศรัสเซียมาก่อนหน้านี้หลายสิบปีแล้ว และมีคนเคยใช้วัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีนี้ไปแล้วประมาณนับสิบล้านคน และวัคซีนที่สหรัฐอเมริกาใช้อยู่บางตัวก็ใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกัน ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าวัคซีนเชื้อเป็นกับวัคซีนเชื้อตาย ชนิดไหนมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากกว่ากัน ข้อเท็จจริงก็คือ วัคซีนทุกชนิดต้องผลิตผ่านมาตรฐานที่เป็นสากลจึงจะสามารถผลิตและนำไปใช้ได้
นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคในขณะนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น เมื่อจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น อัตราการเสียชีวิตก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขคงเน้นเรื่องของมาตรการลดการแพร่กระจายโดยให้คนที่ป่วย หยุดอยู่บ้าน อย่างน้อย 7 วัน ทั้งนี้ จากการคาดประมาณสำหรับไข้หวัดใหญ่ปกติทุกๆ 10,000 คนจะมีผู้เสียชีวิต 1 คน ซึ่งถ้าคาดการณ์จากตัวเลขผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ 44 ราย คาดว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อโรคนี้ในประเทศไทยประมาณ 5 แสนราย
สธ.แถลงมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย3 ราย/วัน
พบผู้ป่วยยืนยันในรอบ 83 วัน ทั้งหมด 6,776 ราย รักษาหายแล้ว 6,697 ราย เสียชีวิต 44 ราย นอนรักษาในโรงพยาบาลขณะนี้มีอาการหนัก 7 ราย ชี้แนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรคกระจายไปต่างจังหวัด
วันนี้ (22 ก.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา โรงพยาบาลศิริราช รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมการแพทย์ พญ.สยมพร ศิรินาวิน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พญ.มัวรีน เบอร์มิงแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย นพ.ไมเคิล มาลิสัน ผู้แทนศูนย์ความร่วมมือควบคุมโรคไทย-สหรัฐอเมริกา ศาสตราจารย์ นพ.ยง ภู่วรวรรณ ศูนย์ไวรัสวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะ แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ว่า
จากการวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ พบว่าโรคได้กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทานโรคนี้ ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อเท่ากัน
ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน-21 กรกฎาคม 2552 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ทั้งหมด 6,776 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา โดยอาการหายเป็นปกติแล้ว 6,697 ราย กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล 35 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในภาวะวิกฤต 3 ราย เสียชีวิตสะสม 44 ราย โดยเป็นชายและหญิง 22 รายเท่ากัน อายุต่ำสุด 4 เดือน มากสุด 91 ปี เมื่อเปรียบเทียบในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 16–21 กรกฎาคม 2552 พบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 20 ราย เฉลี่ยประมาณ 3 รายต่อวัน ซึ่งไม่แตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะโรครุนแรงขึ้นแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด พบว่า 29 ราย หรือร้อยละ 66 มีโรคประจำตัว มากที่สุดคือโรคอ้วน และโรคเบาหวาน ร่วมกับความดันโลหิตสูงหรืออื่นๆ อย่างละ 6 ราย รองลงมาได้แก่ ไตวาย โรคหัวใจ และมะเร็ง อย่างละ 3 ราย ตั้งครรภ์ 2 ราย ที่เหลือเป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ ตับอักเสบเรื้อรัง ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ปอดอักเสบติดเชื้อซ้ำ ร่างกายพิการ และเด็กเล็ก อย่างละ 1 ราย
มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขจะเพิ่มความเข้มข้นใน 5 เดือนจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี จะเน้นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัวและสถานที่ทำงาน ซึ่งจะรองรับมาตรการการหยุดงานหยุดเรียนจนหายป่วยของรัฐบาล ที่ให้พักรักษาตัวที่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ โดยให้แยกผู้ป่วยไม่ปะปนคนอื่น หรือแยกห้องได้ยิ่งดี ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลต้องใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ ส่วนคนอยู่ร่วมบ้านที่มีโรคประจำตัวต้องหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดผู้ป่วยเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งจากการวิเคราะห์ทางวิชาการพบว่า ในระยะนี้การแพร่เชื้อของโรคนี้จะเพิ่มแบบทวีคูณ ผู้ป่วย 1 คนอาจแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ 2 คนโดยเฉลี่ย หากสามารถสกัดกั้นจุดนี้ได้ ก็จะสามารถชะลอการแพร่เชื้อลงได้มาก
ส่วนยุทธศาสตร์การรักษา มุ่งเน้นรักษาเร็ว ในผู้ที่มีอาการรุนแรงและกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมทั้งผู้ที่ตั้งครรภ์ โรคอ้วน และเด็กต่ำกว่า 2 ขวบ ซึ่งหลังติดเชื้อมีโอกาสอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งควรได้รับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์โดยเร็ว กระทรวงสาธารณสุขได้สำรองยาต้านไวรัสในสัปดาห์นี้ทั้งหมด 24 ล้านเม็ด กระจายให้โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันได้มุ่งป้องกันในกลุ่มบุคลากรการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อื่นๆ เพื่อคงกำลังดูแลผู้ป่วยอย่างเพียงพอ และสั่งซื้อหน้ากากอนามัย 10 ล้านชิ้นเพื่อใช้ในสถานพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ และประชาชนในต่างจังหวัดด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาที่กระทรวงมหาดไทย นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมชี้แจงมาตรการเร่งด่วนในการคัดกรองผู้ป่วย การป้องกัน การดูแลและรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุข แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ
นายวิทยา กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เพื่อเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งจะต้องดำเนินการร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์โรคได้แพร่ระบาดไปยังภูมิภาค ประชาชนทุกคนมีความเสี่ยงติดเชื้อเท่ากัน มาตรการการจัดการโรคจึงต้องอาศัยความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ทั้งในเรื่องการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อชะลอการแพร่เชื้อ การป้องกันการแพร่เชื้อ การดูแลรักษาผู้ป่วยให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ มั่นใจว่าหากดำเนินการอย่างเป็นเครือข่ายและสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน จะสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้
ส่วนนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมชัย นิจพานิช รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เดินทางไปติดตามการจัดช่องทางพิเศษในการคัดกรองโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ และการสำรองยาต้านไวรัส ของโรงพยาบาลในสังกัด 5 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี โรงพยาบาลสมุทรสาคร โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม และโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม
ข่าวจากไทยรัฐออนไลน์
หวัดไทยที่4โลก ตาย44คน วอนอย่าตระหนก
นายกฯอภิสิทธิ์ ยอมรับหวัด 09 ระบาดแตะหลักหมื่น เหนือ-ตะวันตก เสี่ยง สธ.เผยผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 44 คน ผู้ติดเชื้อ 6,776 คน สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ เวลา 08.30 น.วันนี้ (22 ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการรับมือการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ว่า ต้องยอมรับว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในหลายประเทศมีการขยายตัวค่อนข้างเร็ว ตามหลักของการระบาดจะ พุ่งสูงขึ้น ในทางกลับกันหลักของการบริหารต้องพยายามชะลอและไม่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวด เร็วไมเช่นนั้น จะเป็นปัญหากับสถานพยาบาล ขณะนี้ ต้องบริหารว่าถ้าการแพร่ระบาดพุ่งขึ้นรวดเร็วมากก็จะมีมาตรการ ที่เข้มข้นขึ้นในการชะลอการระบาด ทุกประเทศ ใช้แนวทางนี้อยู่ วันนี้กระทรวงสาธารณสุข จะแถลงความเปลี่ยนแปลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ผู้ สื่อข่าวถามว่า จะป้องกันไม่ให้ตัวเลขการติดเชื้อพุ่งสูงไปถึงหลักแสนรายได้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การระบาดหากดูจากที่ฝ่ายวิชาการจะดูสถิติระดับโลก คิดว่าในที่สุดประมาณร้อยละ 40 ของคนจะได้รับผลกระทบ ดังนั้นตัวเลขจึงค่อนข้างสูงแต่จะพยายามไม่ให้ไปถึงจุดนั้น ในส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อของประเทศไทยวันเดียวกันนี้กระทรวงสาธารณสุขจะมีการแถลง อีกครั้ง เช่นที่เคยกล่าวไว้ว่าตัวเลขที่มีการประ กาศออกมา เป็นตัวเลขที่ส่งไปยังห้องทดลอง ความจริงอาจไม่ตรงกัน จากการสอบถามฝ่ายวิชาการในส่วนของประเทศไทยที่มีผลกระทบต่อวันน่าจะอยู่ที่ หลักหมื่น ขณะนี้สิ่งที่ต้องเร่งกระทรวงสาธารณสุข คือระบบการจ่ายยาเพราะ การแพร่ระบาดจะออกไปสู่ภูมิภาคมากขึ้นทั้งภาคเหนือและภาคตะวันตกค่อนข้างมาก ภาวะเช่นนี้จะเกิดขึ้นสิ่งสำคัญต้องช่วยกันคือหากเจ็บป่วย เล็กน้อยให้อยู่บ้าน ถ้า 2 วันอาการไม่ดีต้องไปพบแพทย์ ในส่วนระบบของการแพทย์ต้องไปดูว่ายาเข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วหรือไม่
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อถึงปัญหาคลินิกไม่สามารถจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ได้ ว่า ต้องหาความพอดี เพราะยาตัวนี้หากปล่อยไปโดยไม่มีการควบคุมเลยจะเป็นปัญหาถ้าไม่มีระบบ ที่ดี ขณะนี้ที่เป็นปัญหามากคือผู้ที่ไปคลินิก 1-3 ครั้งแล้วไม่ได้ยา ได้ให้ไปทำระบบ และวันที่ 22 ก.ค.จะมีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อ จัดทีมระดับจังหวัดให้มีระบบการจ่ายยาที่ดี เนื่องจากพื้นที่ต้องทำงานอย่างละเอียด โรงเรียนไหนที่เริ่มมีปัญหามากสามารถปิดได้ เข้าใจว่าขณะนี้มีการปิดโรงเรียนประมาณร้อยกว่าโรงเรียน การทำงาน และมีการปรับแผนตลอดเวลาเพราะบางเรื่องเป็นเรื่องใหม่สำหรับ หลายๆฝ่าย ต้องทำให้องค์ความรู้ตรงกัน ขอย้ำอีกครั้งว่าโรคดังกล่าวแม้จะติดง่าย แต่คนส่วนใหญ่ไม่เป็นไรเพียงแต่จะประมาทไม่ได้เพราะมีลักษณะการทำลายการ หายใจเร็วเชื้อจึงกระจายลงปอดได้เร็ว
ช่วงสายวันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขแถลงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ครั้งแรกในรอบสัปดาห์ มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 44 คน ผู้ติดเชื้อ 6,776 คน สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก
สแกนแฟนหงส์ มีไข้ไล่กลับ สธ.คืนค่าตั๋วให้
ก.สาธารณสุขตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน 6 เครื่อง หน้าสนามรัชมังคลาฯ สกัดแฟนบอลที่จะเข้าชมลิเวอร์พูล-ทีมชาติไทย หากป่วยให้กลับบ้านทันที และคืนเงินค่าตั๋วให้ เตือนมาชมกีฬาเสี่ยงอาการรุนแรงขึ้น..
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ "เดอะ คอป คัม ทู เอเชีย" ระหว่างสโมสร "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และทีมชาติไทย ในช่วงเย็นวันนี้ (22 ก.ค.) ที่สนามรัชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก กรมควบคุมโรค (คร.) นำเครื่องเทอร์โมสแกนจำนวน 6 เครื่องไปติดตั้งหน้าประตูทางเข้า-ออกของสนามฯ ทุกประตู เพื่อคัดกรองผู้ที่จะเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล หากพบว่ามีไข้ให้กลับบ้านทันที โดยผู้จัดการแข่งขันจะคืนเงินค่าตั๋วในภายหลัง นอกจากนี้ จะมีการตั้งเตนท์ให้มีแพทย์และพยาบาลประจำคอยตรวจวัดอุณหภูมิและให้คำแนะนำ สำหรับผู้ที่จะเข้าชมและสงสัยว่าตนเองจะป่วยไข้ด้วย
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ขอเตือนผู้ที่จะเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล หากใครมีอาการป่วยเป็นไข้ขอให้นอนดูโทรทัศน์ที่บ้าน เพราะหากมีอาการป่วยแล้วเข้าชมการแข่งขัน ทำให้มีการหายใจแรงในภาวะที่มีความตื่นเต้นกับการลุ้นการทำประตู หรือโห่ฮา กระโดดโลดเต้น เป็นเหมือนการออกกำลังกาย เชื้อไวรัสจะลงปอดเร็วกว่าปกติ ทำให้มีอาการรุนแรงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย และผู้ที่ป่วยไข้แล้วยังเข้าชมการแข่งขังไม่เป็นสุภาพบุรุษ ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะจะเอาเชื้อไปแพร่ให้กับคนอื่น
ด้าน นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า คาดว่าจะมีผู้เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้ประมาณ 40,000-50,000 คน แม้จะมีความปลอดภัยต่อการติดเชื้อมากกว่าการจัดแสดงคอนเสิร์ต เนื่องจากเป็นพื้นที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ปิดทึบเหมือนการจัดคอนเสิร์ต แต่ก็ยังสามารถแพร่กระจายเชื้อไปยังคนเข้าชมที่นั่งติดกับผู้ป่วยได้ง่าย จึงขอร้องให้คนป่วยพักรักษาตัวอยู่กับบ้าน เพราะการออกมาเผชิญแดดอาจทำให้อาการทรุดหนักลง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (21 ก.ค.) ถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่าในวันที่ 22 ก.ค.ที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับทีมชาติไทย จะมีการดูแลเข้มงวดอย่างไรบ้าง ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าจะเอาเครื่องเทอร์โมสแกนไปตรวจวัดไข้ทุกคน และขอความร่วมมือกับผู้จัดการแข่งขันว่าถ้าผู้ชมคนใดมีไข้ขอให้คืนเงินให้กลับบ้าน และสธ.จะเตรียมหน้ากากอนามัยไปแจกที่สนามราชมังคลากีฬาสถานด้วย
ข่าวจากไทยรัฐออนไลน์
ตามหาข้อดีของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
โดยเฉพาะคนเป็นพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก หัวข้อสนทนาก็ยังเป็นเรื่องนี้ รวมถึงมาตรการการรับมือว่าจะทำอย่างไรดี เพราะกังวลเรื่องลูกดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนพ่อแม่หลายๆ ท่าน ที่กังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว ได้เห็นความพยายามที่จะเสนอวิธีการรับมือให้กับโรงเรียนของลูก มีทั้งที่ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็เกิดความคิดที่อยากจะลงมือทำ โดยเริ่มจากห้องเรียนของลูก ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เอาแถบวัดไข้มาวัดศีรษะเด็กทุกคน ถ้าใครมีไข้สูง ก็ให้พ่อแม่รับกลับบ้านเลย
เป็นรูปแบบที่พ่อแม่รวมตัวกันช่วยคุณครูดูแลเด็กๆ ในห้องเรียน รวมถึงการช่วยกันทำความสะอาดอุปกรณ์ ของเล่น และของใช้ภายในห้องเรียนกันอย่างเต็มที่ ชนิดที่ไม่มีเกี่ยงหญิงชาย หรือยืนดูดายเพราะธุระไม่ใช่
ไม่อยากคิดว่าเรื่องดีๆ แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น หากไม่มีโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดอย่างรวดเร็ว...!!!
หรือไม่มีสถานการณ์วิกฤตก็อาจจะไม่ได้เห็นความร่วมมือดีๆ แบบนี้ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นคนจุดประกาย ช่วยกันดูแลเด็กๆ ร่วมกัน เพราะหากมีใครสักคนเป็น โอกาสที่เด็กคนอื่นๆ ซึ่งรวมถึงลูกของเราก็เป็นไปด้วย
อย่างนี้จะไม่เรียกว่าข้อดีของไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็มีเหมือนกันได้อย่างไร..!!
ลองมาตามหาข้อดีของเจ้าไวรัสตัวนี้กันดูดีกว่าค่ะ
ข้อแรก ตื่นตัวเรื่องอนามัย
ผู้คนตื่นตัวในเรื่องการดูแลสุขภาพร่างกายและสุขอนามัยของตนเองอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกคนหันมาใส่ใจกับการรณรงค์เรื่อง “ของร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” กันอย่างเคร่งครัด ทั้งที่จะว่าไปก็เป็นเรื่องที่ทุกคนรับรู้กันว่าเป็นเรื่องดี และควรทำเป็นประจำกันอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา เรามักจะละเลยกับพฤติกรรมเหล่านี้ ทำมั่งไม่ทำมั่ง แล้วแต่โอกาส
เรียกว่าช่วงเวลานี้ กลายเป็นเรื่องเคร่งครัดของทุกครอบครัวไปซะแล้ว
ยิ่งคนที่เป็นพ่อแม่คงยิ้มมากหน่อย เพราะปกติต้องคอยบ่นชนิดปากเปียกปากแฉะให้ลูกๆ ของเราล้างมือก่อนและหลังกินข้าว หรือเข้าห้องน้ำก็ต้องล้างมือ พูดทุกวันๆ ละหลายเวลา แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องง่าย ไม่เมื่อยปากเหมือนแต่ก่อน เพราะคุณครูที่โรงเรียนช่วยบอก คนรอบข้างก็ช่วยบอก ภาครัฐก็ช่วยป่าวประกาศ ทำให้สื่อทุกแขนงก็ช่วยขยายการบอก
ข้อสอง ตื่นตัวเรื่องความรู้
ผู้คนใส่ใจเรื่องข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อก่อนเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย เป็นเรื่องของคนเป็นหมอหรือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเท่านั้นที่ต้องสวม เพราะต้องสัมผัสกับผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ปัจจุบันนี้ การดูแลและป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนเริ่มตระหนักรู้ และรู้ว่าวิธีการป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธีควรทำอย่างไร รวมถึงการรู้จักเจ้าหน้ากากอนามัยที่มีหลากหลายรูปแบบ และการพกพาเจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่เอาไว้ใช้เมื่อจำเป็น
ข้อสาม ช่วยประหยัดเงิน
ก็แหม...โรคนี้กำลังแพร่ระบาด ผู้คนก็หลีกเลี่ยงไม่อยากไปในสถานที่แออัดผู้คนเบียดเสียด ก็เลยงดกิจกรรมไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ไม่ไปโรงภาพยนตร์หรือสถานที่สุมเสี่ยงทั้งหลาย และคำนึงถึงเรื่องสถานที่ที่จะไปมากขึ้น และเมื่อไม่ได้ไปเที่ยวนอกบ้าน ก็เลยมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น
นี่ยังไม่นับรวมสถาบันกวดวิชาที่ต้องหยุดการเรียนการสอนไปด้วย ก็เลยไม่ต้องเสียเงินส่วนนี้ จะว่าไป ก็ถือโอกาสให้ลูกทบทวนบทเรียนด้วยตัวเอง โดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ช่วยเหลือก็ได้ค่ะ
ข้อสี่ ครอบครัวแน่นแฟ้น
เนื่องเพราะไม่อยากไปไหน ก็เลยต้องทำกิจกรรมภายในบ้าน เช่น ทำอาหารรับประทานเอง ชวนกันทำกิจกรรมครอบครัวภายในบ้านได้มากมาย บางบ้านก็น่าจะถือโอกาสได้พูดคุย หรือทำกิจกรรมครอบครัวที่บางครั้งเราเองก็ละเลยลูกๆ หรือคนที่เรารัก ก็ถือโอกาสนี้ปรับความเข้าใจ และสร้างสรรค์กิจกรรมหรรษาในครอบครัวซะเลย เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว
ข้อห้า ความคิดดีๆ
เหมือนที่ยกตัวอย่างในตอนแรกว่า พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากวิตกกังวล ก็เลยเกิดความคิดดีๆ ที่จะช่วยปกป้องลูกรักด้วยการช่วยเหลือโรงเรียน ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน หรือมีคำแนะนำดีๆ ที่ยอมและพร้อมลงมือปฏิบัติอย่างเต็มใจ เรียกว่า เกิดการมีส่วนร่วมกับโรงเรียนและชุมชนได้อย่างดีเลยทีเดียว
ข้อสุดท้าย ธุรกิจบางประเภทรับไปเต็มๆ
บรรดาผู้ประกอบการผลิตหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ รวมถึงยาสมุนไพรต้านหวัดทั้งหลาย ต่างก็ยิ้มรับกับรายได้จำนวนมากที่มาเร็วพร้อมกับการระบาดที่รวดเร็วของเจ้าไข้หวัดใหญ่ 2009 ไปตามๆ กัน เพราะท่ามกลางการระบาด ความต้องการปกป้องตัวเองจากภัยไข้หวัดที่ว่า ก็เลยทำให้สินค้าประเภทปกป้องดูแลและรักษาตัวเองได้รับอานิสงส์ไปด้วย
ว่าแต่เมื่อสินค้าขายดี ก็มักจะมีการโก่งราคาสินค้า ตามมาด้วยสินค้าไม่ได้คุณภาพ และของปลอมแพร่ไปทั่ว เพราะความคิดไม่ซื่อและต้องการหาประโยชน์จากความทุกข์ของผู้อื่น คนประเภทนี้ก็ใช้ไม่ได้ ฉะนั้น ก็ถือโอกาสสอนลูกของเราในเรื่องพวกนี้ไปด้วยเลยละกัน
เป็นไงคะ เห็นข้อดีของเจ้าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไหมคะ ถ้าหากเราไม่ได้รับผลกระทบจากเจ้าไวรัส 2009 ตัวนี้ เราอาจจะไม่ได้มองเห็นข้อดี หรือข้อพึงกระทำ ที่เราเคยละเลยมาโดยตลอดก็ได้
ในทุกสถานการณ์ของความวิกฤติ เราก็ควรถือโอกาสมองหาข้อดีให้กับตัวเราเองก็ได้นะคะ
แน่นอน...ไม่มีใครอยากรับเอาเจ้าเชื้อไวรัส 2009 นี้ไป แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธสถานการณ์นี้ไปได้ ก็ถือโอกาสอยู่ร่วมกับมัน ด้วยความปลอดภัยน่าจะดีกว่าค่ะ