รมว.สธ.มั่นใจระบบการกระจายยาโอเซลทามิเวียร์ถึงคลินิก จะทำให้ประชาชนที่ป่วยได้รับความสะดวก ได้กินยาเร็วขึ้น เชื่อลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ พร้อมสั่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพทำสติ๊กเกอร์ติดหน้าคลินิก
วันนี้ (3 ส.ค.) นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังติดตามมาตรการกระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ในคลินิก เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ที่มิตรไมตรีคลินิกเวชกรรม ถ.สนามบินน้ำ อ.เมือง จ.นนทบุรี ว่า คลินิกที่จะเข้าร่วมโครงการจ่ายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์นั้น จะมีเฉพาะคลินิกที่รักษาโรคทั่วไป ไม่รวมถึงคลินิกเฉพาะทาง เช่น คลินิกโรคผิวหนัง คลินิกด้านความงาม ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด ประชุมทำความเข้าใจแนวทางการให้ยาต้านไวรัสกับคลินิกที่เข้าร่วมโครงการให้ชัดเจน ก่อนจะดำเนินการจ่ายยาให้สำรองที่คลินิกแห่งละ 50 เม็ด ซึ่งสามารถรักษาผู้ป่วยได้ 5 คน เพื่อให้ทุกแห่งปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างถูกต้อง
นายมานิต กล่าวต่อว่า แม้คลินิกที่เข้าร่วมโครงการแต่ละแห่งจะมียาต้านไวรัสเพียงแห่งละ 5 ชุด แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขมียาต้านไวรัสให้กับประชาชนที่จำเป็นต้องได้รับยาอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือคลินิก เพราะเมื่อคลินิกจ่ายให้กับผู้ป่วยแล้ว สามารถเบิกคืนกับโรงพยาบาลของรัฐที่อยู่ใกล้ที่ตั้งคลินิก เพื่อสำรองให้ครบจำนวนได้ตลอด ดังนั้น ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ได้แก่ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง มะเร็ง หญิงตั้งครรภ์ และคนอ้วน หากป่วยเป็นไข้หวัด กินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 วัน ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง หากกินยาแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่เข้าร่วมโครงการ
นายมานิต กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีการผลิตยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ที่ใช้สำหรับเด็กโดยเฉพาะ ในการใช้จะต้องแบ่งคำนวณจากยาแคปซูลของผู้ใหญ่ ซึ่งต้องใช้เภสัชกรดูแลผสมยา และมีใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ยังไม่สามารถจ่ายยาให้เด็กในคลินิกได้ ได้เร่งรัดให้องค์การเภสัชกรรม ผลิตยาต้านไวรัสชนิดน้ำสำหรับเด็กให้เร็วที่สุดแล้ว หากสามารถผลิตได้เร็วก็จะยิ่งสะดวกสำหรับการรักษาผู้ป่วยเด็กมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายมานิต พร้อมด้วยนายสุเทพโกมลภมร ผวจ.ราชบุรี นายวันชัยธีระสัตยกุล นายกอบจ.ราชบุรี นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจ.ราชบุรี นำแม่สามีและสามี ของหญิงชาวราชบุรีที่เสียชีวิตเพราะติดเชื้อไข้หวัด 2009 ขณะตั้งท้องได้ 7 เดือน และแพทย์ต้องผ่าตัดนำลูกคลอดออกมาก่อนกำหนด และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา เดินทางไปที่ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนศรีสุริยวงศ์ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี เพื่อเปิดบัญชีไว้เป็นกองทุนของลูกสาววัย 7 เดือน ที่แม่เสียชีวิตเพราะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ซึ่งบัญชีดังกล่าวเปิดให้ผู้ใจบุญสามารถบริจาคได้ที่เลขที่บัญชี736–0–20208–6
ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ และดูการกระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ที่คลินิกเวชกรรม กม. 30 อ.เมือง จ.สมุทรปราการ และกล่าวว่า นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขต้องการให้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ เข้าถึงยาต้านไวรัสได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง โดยขณะนี้ได้กระจายยาต้านไวรัสให้คลินิกที่เข้าร่วมโครงการแห่งละ 5 ชุด เพื่อให้ประชาชนที่เจ็บป่วยได้รับความสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลซึ่งมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก มั่นใจว่ามาตรการนี้จะลดการเสียชีวิตของประชาชนลงได้ ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครง ให้ขึ้นป้ายประกาศหน้าคลินิกแจ้งให้ประชาชนทราบ และมอบกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ออกแบบจัดทำป้ายสติ๊กเกอร์แจกคลินิกทั่วประเทศในสัปดาห์หน้า
ด้านนายแพทย์ปราชญ์ กล่าวว่า วันนี้ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการมีผู้ป่วยปอดอักเสบอาการหนักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู 2 ราย รายแรกเป็นชายอายุ 51 ปี ส่งตัวมาจากโรงพยาบาลบางบ่อ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว แต่ความดันโลหิตดีขึ้น โดยได้รับยาโอเซลทามิเวียร์ครบตั้งแต่รักษาตัวที่โรงพยาบาลบางบ่อ รายที่ 2 เป็นหญิงอายุ 72 ปี ส่งตัวมาจากโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์เมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน กินยาไม่สม่ำเสมอ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ด้วยอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ ขณะอยู่ที่โรงพยาบาลมีภาวะแทรกซ้อนที่ปอด แพทย์ให้ยาปฏิชีวนะ และให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ รอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ วันนี้ยังมีไข้ต่ำๆ รู้สึกตัวดี ความดันปกติ ผู้ป่วยทั้ง 2 รายนี้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลศิริราชมาร่วมดูแลอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมแพทย์ของโรงพยาบาลสมุทรปราการ
นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีหญิงอายุ 20 ปี ตั้งครรภ์ 5 เดือนมาตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลสมุทรปราการเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 ด้วยอาการไข้สูง มีน้ำมูก แพทย์ให้ยาโอเซลทามิเวียร์ไปกินที่บ้าน รายนี้มีปัญหาปอดอักเสบร่วมด้วย แต่ได้รับยาทันทำให้อาการหายเป็นปกติ อาการปลอดภัยทั้งแม่และลูก ขณะนี้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้แนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เหมือนกันทั่วประเทศ รายใดที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือกินยาลดไข้แล้วไข้ยังไม่ลดหรืออาการไม่ดีขึ้นหลังป่วย 48 ชั่วโมง แพทย์จะให้กินยาต้านไวรัสทันที ซึ่งเป็นแนวทางที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทั่วโลกใช้ โดยยาดังกล่าวจะลดภาวะปอดบวม ลดการเข้านอนโรงพยาบาลและลดอัตราการเสียชีวิต
ข่าวจากไทยรัฐออนไลน์
No comments:
Post a Comment